Saturday, January 9, 2010

ภาวนา

....ในบุญกริริยาวัตถุทั้งหมด ภาวนามัย หรือ บุญที่เกิดจากการภาวนา เป็นบุญใหญ่ที่สุด มีอานิสงส์มากที่สุด เพราะแม้ได้สมาธิ เพียงขั้นต้นจากการภาวนา เป็นปฐมฌาน ถ้าดับจิตในตอนนั้น จะไปเกิดเป็นพรหม มีความสุขที่เลอเลิศ และมีอายุทิพย์ยาวนานเป็นกัป ยืนยาว กว่าเทวดามาก อย่างประมาณไม่ได้


....คำว่า ภาวนา แปลว่า การทำให้เกิดขึ้น การเจริญหรือการบำเพ็ญ แต่ความหมายที่ดีที่สุด น่าจะเป็นแปลว่า การฝึกอบรมจิต ฝึกอบรมจิตให้เกิดอะไร ให้เกิดความสงบ หรือ อบรมจิตให้เกิดปัญญารู้แจ้งความจริงของชีวิตจนพ้นทุกข์

....การอบรมจิตให้เกิดความสงบ มีชื่อว่า สมถภาวนา แปลว่า อบรมให้จิตเป็นสมาธิ (คำว่า ความสงบ สมาธิ และสมถะ มีความหมายเดียวกัน ให้แทนกันได้) การอบรมจิตให้เกิดปัญญาที่แรงกล้าจน สามารถตัดอวิชชา และทำให้พ้นทุกข์บรรลุธรรมได้ เรียกว่า วิปัสสนา ภาวนา (คำว่า ปัญญา หรือวิปัสสนา ใช้แทนกันได้ เช่นกัน) ดังนั้น คำว่า สมาธิ และปัญญา ที่ทำให้พ้นทุกข์ได้นี้ อาจแทนเป็นภาษาธรรมได้ว่า สมถะ และ วิปัสสนา

....การทำให้จิตเป็นสมาธิ (สมถภาวนา) มีได้หลายวิธี เช่น การเพ่งกสิณ เมื่อจิตเป็นสมาธิสงบ ตั้งมั่นดีแล้ว ถือเป็นจิตที่คู่ควรแก่งาน คือควารจะน้อมจิตไปพิจารณา ไตรลักษณ์ ความไม่เที่ยงของสังขารว่า
เป็น อนิจจัง คือไม่เที่ยง
เป็น ทุกขัง คือ เป็นทุกข์ ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไป และ
เป็น อนัตตา คือ ไม่เป็นไปตามความต้องการของเรา ไม่ถือเป็นตัวตนที่แท้จริง การพิจารณา ไตรลักษณ์จนรู้แจ้ง เป็น วิปัสสนาภาวนา และทำให้ตัดอวิชชาได้ ทำให้ตัดวัฏฏสงสาร ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

....ถ้าจิตสงบจากการเพ่งกสิณ จนเป็นสมาธิตั้งมั่น แต่ก็พอใจอยู่แค่นั้น มีความสุขอยู่ในสมาธิ เพราะสมาธิก็มีความสุขมาก และไม่ดำเนินจิตต่อไปพิจารณาไตรลักษณ์ คือ ไม่เจริญปัญญาหรือวิปัสสนาต่อ จิตก็จะเป็นเพียงสมถภาวนา เมื่อสิ้นชีพจะไปเกิดเป็นพรหม เมื่อหมดบุญก็กลับมาเวียนว่ายตายเกิดต่อไปดังเช่น พระอาจารย์ของพระพุทธองค์คือ ท่าน อุทกดาบส และ อาฬารดาบส

....สมาธิ จาการเพ่งกสิณ จะน้อมไปเจริญปัญญต่อหรือไม่ก็ได้ แต่สมาธิที่ได้จากการเจริญ
สติปัฏฐานสี่ จะได้ทั้งสมาธิและปัญญา คู่กันไปเสมอ สติปัฏฏฐานสี่ จึงเป็นทางสายเอก สู่พระนิพพาน ถือเป็นภาคปฎิบัติของ สมถะและวิปัสสนา มีค่ามากแม้ในชื่อจะมีสี่อย่าง (สี่อย่างนี้ ในรายละเอียดมากกกว่านี้ มีเป็นสิบอย่าง) แต่ถ้าปฎิบัติเพียงอย่างเดียว เหมือนได้ทำทั้งหมดจึงถือได้ว่า สติปัฏฏฐานสี่ เป็นหัวใจของการภาวนา


....ตัวอย่างของสติปัฏฐานสี่ ได้แก่ อานาปานสติ หรือากรเจริญสติ การมีสติ รู้ลมหายใจ กายานุสติ การมีสติ พิจารณาร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหว อิริยาบถ (เช่น ยุบหนอ พองหนอ) หรือ จิตตานุสติ การเจริญสติ ดูจิตใจของตนเอง เมื่อเกิดนามธรรมใดๆ ในใจก็ให้รู้ทัน ไม่หลงตาม ไม่ยึดมั่น เป็นต้น










.



No comments: